การบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน : บริษัทออกใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นทุน (Warrant)

Q:

การบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน :

บริษัทออกใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นทุน (Warrant) โดยมีราคาตามมูลค่า (Par Value) เท่ากับ 1.0 บาท/หน่วย ต่อมาใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นทุน (Warrant) มีการปรับลดสิทธิตามเงื่อนไข เหลือ 0.98 บาท/หน่วย และในเดือนธันวาคม ผู้ถือหุ้นจ่ายชำระใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นทุน (Warrant) ตามราคาที่ปรับลดคือ 0.98 บาท/หน่วย 

เมื่อรับชำระทุนเรียบร้อยแล้วได้นำไปจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ยินยอมให้จดทะเบียนในราคา 0.98 บาท ดังนั้น จึงทำให้กรรมการต้องนำเงินส่วนตัวชำระเพิ่มเข้าไป เพื่อให้การรับชำระทุนจดทะเบียนเท่ากับราคาตามมูลค่า (Par Value) และเพื่อให้ธนาคารออกหนังสือรับรองเท่ากับราคาตามมูลค่า (Par Value) ด้วย

การบันทึกบัญชีถ้าจะบันทึกบัญชี โดย

Dr. เงินฝาก                                1.00 ( รับชำระจากนักลงทุน 0.98 + เงินกรรมการ 0.02) 

     ส่วนต่ำจากการจำหน่ายหุ้นสามัญ 0.02 

        Cr. หุ้นสามัญ                                                          1.00

              เจ้าหนี้เงินกรรมการ                                              0.02 

การบันทึกบัญชีแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ และจะขัดกับข้อกำหนดต่างๆ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกหนังสือรับรองว่าจดทะเบียน เท่ากับ 1.0 บาท หรือไม่

(คำถามเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2560)

A:

ในกรณีของบริษัทจำกัดจะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1105 ซึ่งกล่าวว่า "อันหุ้นนั้น ท่านห้ามมิให้ออกโดยต่ำไปกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้"

ดังน้ัน ขอให้ท่านตรวจสอบอีกครั้ง ว่ารายการที่เกี่ยวกับส่วนของผู้ถือหุ้นดังกล่าวสามารถกระทำได้หรือไม่ โดยสอบถามฝ่ายกฎหมาย และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากไม่สามารถกระทำได้ 
ต้องถือว่าบริษัทได้รับชำระเงินตามมูลค่าหุ้น (
Par Value) (หรืออาจสูงกว่าตามแต่ที่จะตกลงกัน)และรับรู้เงินส่วนนั้นในส่วนของเจ้าของ ตามปกติ (หรือหากสามารถกระทำได้ตามกฎหมายอื่น เช่นกรณี บริษัทจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ขอให้ท่านปฏิบัติตามกฎหมายอื่นและบันทึกรายการทางบัญชีตามเนื้อหาสาระของรายการ)

สำหรับเงินส่วนที่ออกแทนกันโดยผู้ถือหุ้น (0.02 บาท) ถือเป็นส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท เนื่องจากบริษัทต้องได้รับเงินเต็มมูลค่าหุ้นตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น บริษัทจึงไม่มีภาระในส่วนดังกล่าวและผู้ถือหุ้นแต่ละรายมีหน้าที่ต้องไปจ่ายชำระกันเอง

ทั้งนี้ ขอให้ท่านปรึกษาผู้สอบบัญชี รวมถึงสอบถามไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์อีกครั้ง เนื่องจากเป็นผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับกิจการของท่านมากกว่าเพื่อให้กิจการสามารถปฏิบัติได้ทั้งตามกฎหมายและหลักการบัญชีที่ถูกต้อง

โพสต์เมื่อ :
9 พ.ย. 2560 10:54:49
โดย :
แก้ไขล่าสุดเมื่อ :
19 ก.พ. 2562 21:55:42
โดย :
 1651
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์