dot dot
dot
บริการออนไลน์
dot
สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
ต่ออายุสมาชิก , ต่ออายุใบอนุญาตผู้สอบบัญชี , แก้ไขที่อยู่ , แจ้งรายชื่อนิติบุคคลที่รับสอบบัญชี
สมัครเข้าทดสอบออนไลน์
แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง CPD ผู้สอบบัญชี / ผู้ทำบัญชี
ตรวจค้นข้อมูลผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
ข้อมูลติดต่อผู้สอบบัญชี
ตรวจค้นหลักสูตร CPD ของผู้สอบบัญชี
ตรวจค้นหลักสูตรการศึกษาที่สภาฯรับรอง
ตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชี
dot
dot
dot
ค้นหาบทความในเว็บไซต์สภาฯ

dot




ภาพกิจกรรม: เจาะลึกคู่มือการปฏิบัติตามประกาศ ป.ป.ช.

    ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ได้ออกประกาศเรื่อง “หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2554 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554” (ประกาศ ป.ป.ช.) โดยมีผลบังคับใช้ตั้้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 เป็นต้นไปนั้น

    สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์(สภาวิชาชีพบัญชีฯ)ในฐานะตัวแทนของผู้ทำบัญชีจึงได้จัดสัมมนาผู้ทำบัญชี เรื่อง“เจาะลึกคู่มือการปฏิบัติตามประกาศป.ป.ช.”ขึ้น เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์อบรมศาสตราจารย์เกียรติคุณ เกษรี ณรงค์เดชอาคารสภาวิชาชีพบัญชีฯ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ทำบัญชีทั่วประเทศ ให้สามารถปฏิบัติตามประกาศของ ป.ป.ช. ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2555 ได้อย่างถูกต้อง

    เนื่องจากประกาศดังกล่าวมีผลกระทบกับบุคคล และนิติบุคคลในวงกว้าง ทั้งภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการจัดทำข้อมูล และการเตรียมระบบงานเพื่อรองรับการเก็บข้อมูลรับจ่ายเงินรายโครงการ/สัญญา สภาวิชาชีพบัญชีฯ จึงได้เสนอความเห็นแนวทาง และข้อเสนอแนะกับ ป.ป.ช. เพื่อลดภาระแก่ผู้ประกอบการและผู้ทำบัญชีน้อยที่สุด

    โดยสภาวิชาชีพบัญชีฯ ได้เสนอให้มีการปรับปรุงแบบฟอร์ม บช.1 ดังนี้ แบบฟอร์มเดิมตามประกาศ ป.ป.ช.ให้แสดงรายละเอียดของทั้งสินทรัพย์และหนี้สิน กำไรขาดทุนและรายละเอียดการรับและจ่ายเงิน(Cash flow)เป็นรายโครงการ ส่วนแบบฟอร์มที่สภาวิชาชีพบัญชีฯ เสนอแก้ไขคือ ให้แสดงข้อมูลเป็นยอดสำหรับปี และยอดสะสมตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยมีรายการเฉพาะรายได้ ค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อม(พร้อมระบุหลักเกณฑ์การปันส่วนค่าใช้จ่ายทางอ้อม) และกำไรตามสัญญา

    รวมถึงเสนอให้แยกแบบฟอร์มตามธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดทำรายงานทางการเงินของธุรกิจที่แตกต่างได้แก่ ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจผลิต และธุรกิจบริการ และแบบฟอร์มที่ ป.ป.ช.ปรับปรุงใหม่คือ ใช้แบบฟอร์มเดียวกันทุกประเภทธุรกิจ และระบุรายละเอียดค่าใช้จ่ายโดยตรงตามสัญญา(ไม่ต้องปันส่วนค่าใช้จ่ายทางอ้อมเป็นรายโครงการ) แต่เพิ่มเติมให้ระบุแยกจำนวนเงินแต่ละรายการด้วยว่ารับ/จ่าย เป็นเงินสด ธนาคาร ค้างรับ/ค้างจ่าย หรืออื่นๆ

    นอกจากนี้คณะกรรมการป.ป.ช.ได้เลื่อนเวลาการบังคับใช้ออกไปจากเดิมวันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นวันที่ 1 เมษายน 2555 รวมทั้งเพิ่มมูลค่าสัญญาที่ต้องจัดทำบัญชีเป็น 2 ล้านบาทในช่วงปีแรก (จากเดิม 5 แสนบาท) เพื่อให้เวลาในการเตรียมความพร้อมแก่ผู้ประกอบการและผู้ทำบัญชีในช่วงแรก สำหรับการจัดทำบัญชีตามแบบ บช.1 นั้นถือว่าเป็นการจัดทำบัญชีตามวัตถุประสงค์เฉพาะของป.ป.ช. เนื่องจากปกติภาคเอกชนต้องจัดทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชีฯ และตามกฎหมายของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นต้น

    โดยสัญญาที่เข้าข่ายตามประกาศป.ป.ช. คือ สัญญาเกี่ยวกับการจัดหาพัสดุของหน่วยงานรัฐตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ หรือระเบียบข้อกำหนด กฎหรือข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานรัฐ หรือสัญญาสัมปทาน หรือสัญญาให้ทุนสนับสนุนของหน่วยงานรัฐเพื่อการวิจัย หรือสัญญาให้ทุนสนับสนุนเพื่อดำเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยสัญญาเหล่านี้จะต้องมีมูลค่าตามสัญญา(แบ่งเป็น 2 ช่วง) ช่วงที่หนึ่ง สัญญามูลค่า 2,000,000 บาทขึ้นไป สำหรับสัญญาที่ลงนามตั้งแต่ 1 เมษายน 2555 - 31 มีนาคม 2556 และช่วงที่สอง สัญญามูลค่า 500,000 บาทขึ้นไป สำหรับสัญญาที่ลงนามตั้งแต่ 1 เมษายน 2556 เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ผลกระทบต่อคู่สัญญา(บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ และทำสัญญาที่เข้าข่ายตามประกาศฯนี้)ต้องจัดทำแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นรายสัญญา (บช.1) และยื่นต่อกรมสรรพากรพร้อมการนำส่งภาษี ต้องลงทะเบียนเป็นคู่ค้าของรัฐในระบบ

    e-GPของกรมบัญชีกลาง ต้องเก็บรักษาเอกสารหลักฐานประกอบไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี และต้องรับ/จ่ายเงินผ่านบัญชีกระแสรายวัน ยกเว้นไม่เกิน 30,000 บาทจึงจะรับ/จ่ายเป็นเงินสดได้ ซึ่งบทลงโทษหากป.ป.ช.พบว่าคู่สัญญาไม่ได้ยื่นบัญชี หรือยื่นบัญชีไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ จะไม่สามารถเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้(Blacklist)

    พร้อมกันนี้สภาวิชาชีพบัญชีฯ ยังได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. และนายวิโรจน์ ฆ้องวงศ์ นักกฎหมาย ป.ป.ช. เป็นวิทยากรร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาวิชาชีพบัญชีฯได้แก่ นางปริศนา ประหารข้าศึก ประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการทำบัญชี, นางสาววิไลวรรณ กาญจนกันติ กรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการด้านการทำบัญชี และนายสุกิจ วงศ์ถาวราวัฒน์ กรรมการในคณะกรรมการด้านการทำบัญชี อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากสื่อมวลชนมาร่วมทำข่าวในการสัมมนาในครั้งนี้อีกด้วย

 




ข่าวสารสภาวิชาชีพบัญชี