dot dot
dot
บริการออนไลน์
dot
สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
ต่ออายุสมาชิก , ต่ออายุใบอนุญาตผู้สอบบัญชี , แก้ไขที่อยู่ , แจ้งรายชื่อนิติบุคคลที่รับสอบบัญชี
สมัครเข้าทดสอบออนไลน์
แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง CPD ผู้สอบบัญชี / ผู้ทำบัญชี
ตรวจค้นข้อมูลผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
ข้อมูลติดต่อผู้สอบบัญชี
ตรวจค้นหลักสูตร CPD ของผู้สอบบัญชี
ตรวจค้นหลักสูตรการศึกษาที่สภาฯรับรอง
ตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชี
dot
dot
dot
ค้นหาบทความในเว็บไซต์สภาฯ

dot




ข่าวสารจากคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการทำบัญชี เรื่อง การประสานงานกับ ป.ป.ช. เรื่องการจัดทำแบบ บช.1
    จากที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ได้ออกประกาศ เรื่อง “หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือคณะบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2554” ที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2555 นั่นคือ หากบุคคลหรือนิติบุคคลเข้ามาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐตั้งแต่วันดังกล่าวแล้ว กรณีที่มูลค่าของสัญญา 2 ล้านบาทขึ้นไป (ในปีแรก หรือ 500,000 บาทในปีถัดไป) แต่ละปีจะต้องยื่นบัญชีรายการรับจ่ายเป็นรายสัญญา ตาม “แบบ บช.1” ที่แนบท้ายประกาศฯ พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีประจำปีต่อกรมสรรพากรด้วย

   ในการรายงานบัญชีรับจ่ายเงินตาม แบบ บช.1 และมูลค่าสัญญาที่จะต้องจัดทำบัญชีรับจ่ายเป็นรายโครงการ สภาวิชาชีพบัญชีฯ ในฐานะตัวแทนของผู้ทำบัญชีเห็นว่า การจัดทำข้อมูลตามประกาศฯ ข้างต้น มีผลกระทบกับบุคคล และนิติบุคคลในวงกว้าง ทั้งภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการจัดทำข้อมูล และการเตรียมระบบงานเพื่อรองรับการเก็บข้อมูลรับจ่ายเงินรายโครงการ/สัญญาจึงได้เสนอความเห็นแนวทาง และข้อเสนอแนะกับ ป.ป.ช. เพื่อให้มีภาระกับผู้ประกอบการและผู้ทำบัญชีน้อยที่สุด โดยสภาวิชาชีพบัญชีฯ ได้เสนอให้มีการปรับปรุงแบบฟอร์ม บช.1 เป็นดังนี้

- แบบฟอร์มเดิมตามประกาศ ป.ป.ช.=> ให้แสดงรายละเอียดของทั้งสินทรัพย์ และหนี้สิน กำไรขาดทุน และรายละเอียดการรับและจ่ายเงิน (Cash flow) เป็นรายโครงการ

- แบบฟอร์มที่สภาวิชาชีพบัญชีฯ เสนอแก้ไข=> ให้แสดงข้อมูลเป็นยอดสำหรับปี และยอดสะสมตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยมีรายการเฉพาะรายได้ ค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อม (พร้อมระบุหลักเกณฑ์การปันส่วนค่าใช้จ่ายทางอ้อม) และกำไรตามสัญญา รวมถึงเสนอให้แยกแบบฟอร์มตามธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดทำรายงานทางการเงินของธุรกิจที่แตกต่าง ได้แก่ ธุรกิจซื้อมา-ขายไป ธุรกิจผลิต และธุรกิจบริการ

- แบบฟอร์มที่ ป.ป.ช. ปรับปรุงใหม่ => ใช้แบบฟอร์มเดียวกันทุกประเภทธุรกิจ และระบุรายละเอียดค่าใช้จ่ายโดยตรงตามสัญญา (ไม่ต้องปันส่วนค่าใช้จ่ายทางอ้อมเป็นรายโครงการ) แต่เพิ่มเติมให้ระบุแยกจำนวนเงินแต่ละรายการด้วยว่า รับ/จ่าย เป็น

1. เงินสด หรือ

2. ธนาคาร หรือ

3. ค้างรับ/ค้างจ่าย หรือ

4. อื่นๆ

5. ยอดรวม

   นอกจากนี้คณะกรรมการป.ป.ช.ได้เลื่อนเวลาการบังคับใช้ออกไป (จากเดิม 1 มกราคม 2555 เป็น 1 เมษายน 2555) รวมทั้ง เพิ่มมูลค่าสัญญาที่ต้องจัดทำบัญชี เป็น 2 ล้านบาทในช่วงปีแรก (จากเดิม 5 แสนบาท) เพื่อให้เวลาในการเตรียมความพร้อมแก่ผู้ประกอบการและผู้ทำบัญชีในช่วงแรก

   สำหรับการจัดทำบัญชีตามแบบ บช.1 นั้นถือว่า เป็นการจัดทำบัญชีตามวัตถุประสงค์เฉพาะของป.ป.ช. เนื่องจากปกติภาคเอกชนต้องจัดทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชีฯ และตามกฎหมายของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นต้น การจัดทำบัญชีตามแบบ บช.1 ที่ให้แยกรายการรับจ่ายออกเป็นเงินสด และธนาคาร รวมถึงการจัดทำบัญชีเป็นรายสัญญาหรือโครงการ จึงแตกต่างจากการจัดทำรายงานทางการเงินตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองกันทั่วไป ดังนั้น ผู้ทำบัญชีควรศึกษาและทำความเข้าใจโดยละเอียดถึงวิธีการกรอกแบบฟอร์ม บช.1 ตามคู่มือที่ ป.ป.ช. จะจัดทำและเผยแพร่ในเร็วๆ นี้

 




ข่าวสารสภาวิชาชีพบัญชี