dot dot
dot
บริการออนไลน์
dot
สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
ต่ออายุสมาชิก , ต่ออายุใบอนุญาตผู้สอบบัญชี , แก้ไขที่อยู่ , แจ้งรายชื่อนิติบุคคลที่รับสอบบัญชี
สมัครเข้าทดสอบออนไลน์
แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง CPD ผู้สอบบัญชี / ผู้ทำบัญชี
ตรวจค้นข้อมูลผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
ข้อมูลติดต่อผู้สอบบัญชี
ตรวจค้นหลักสูตร CPD ของผู้สอบบัญชี
ตรวจค้นหลักสูตรการศึกษาที่สภาฯรับรอง
ตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชี
dot
dot
dot
ค้นหาบทความในเว็บไซต์สภาฯ

dot




ข่าวสารสำคัญเร่งด่วน ถึงผู้ทำบัญชี จากคณะกรรมการด้านการทำบัญชี ฉบับที่ 18
     สวัสดีปีใหม่ ท่านผู้ทำบัญชีทุกท่าน ขออัญเชิญพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการทำความดีเป็นปฐมบทของจดหมายข่าวฉบับนี้ ก่อนจะกล่าวถึงธรรมเนียมของจดหมายข่าวคือ ขอเริ่มด้วยวันสำคัญที่เป็นเกร็ดประจำจดหมายข่าวได้แก่ วันที่ 22 มกราคม 2486 รัฐบาลไทยกำหนดให้ใช้คำว่าสวัสดี เพื่อกล่าวทักทายหรือกล่าวลาเป็นครั้งแรก สวัสดี แปลว่า ขอความดีความงามจงมีแก่ท่าน เพราะฉะนั้น ขอกล่าวคำเต็ม สวัสดี ไม่ใช่ หวัดดี (เพราะไม่เห็นหวัดไหนจะดีสักดี ไม่ว่าโรค ลายมือ หรือการร่างคร่าว ๆ ยังไม่เรียบร้อย เป็นต้น)
 
 
     ในวงวิชาชีพ เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ศ.เกษรี ท่านนายกสภาวิชาชีพบัญชีฯ ให้เกียรติเป็นวิทยากรชี้แจงพร้อม รศ.ดร. วรศักดิ์ ท่านประธานคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชีที่วิทยุจุฬา เพื่อเล่าแนวโน้มของมาตรฐานการบัญชีสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะว่า มาตรฐานการบัญชีที่กำลังจัดทำขึ้นจะอ้างอิงหลักการจากมาตรฐานการบัญชีที่ใช้ในปี 2553 และปรับปรุงในส่วนที่หลักการมาตรฐานการบัญชีที่ใช้ในปี 2554 เหมาะสมกว่าชุดเดิม โดยคาดว่าร่างมาตรฐานการบัญชีฉบับนี้จะจัดทำให้ท่านได้แสดงความเห็นประชาพิจารณ์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และย้ำว่า ท่านที่เป็นผู้ดี เช่น เตรียมปรับปรุงบัญชีเรื่องผลประโยชน์ของพนักงานแล้ว ท่านสามารถรักษาความดีของท่านต่อไปได้ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงเลิกรับรู้กลับรายการไม่ลงบัญชี (จงทำดี ดุจนักบัญชี…เอ๊ย…เกลือรักษาความเค็ม…ท่านที่มีปัญหาความดันและไต ห้ามอ่านประโยคก่อนหน้า)
 
 
     จดหมายข่าวฉบับนี้ขอนำเกลือสินเธาว์เติมไอโอดีนมาส่งให้ท่านป้องกันความเอ๋อ โดยเสนอหลักการมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 8 (ปรับปรุง 2552) เรื่องนโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีและข้อผิดพลาด เพื่อให้ท่านทำตามขั้นตอนการนำเสนองบการเงินประจำปีได้ราบรื่นขึ้น ใจความของมาตรฐานการบัญชีฉบับนี้มีดังนี้
 
 
     มาตรฐานการบัญชีฉบับนี้กำหนดเรื่องสำคัญไว้คือ 1) การเลือกและเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี 2) การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี 3) การแก้ไขข้อผิดพลาด ในฉบับนี้จะกล่าวถึง “นโยบายการบัญชี คือ หลักการ หลักเกณฑ์ ประเพณีปฏิบัติ กฎและวิธีปฏิบัติที่เฉพาะที่กิจการนำมาใช้ในการจัดทำและนำเสนองบการเงิน” (อ้างอิงมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 8 (ปรับปรุง 2552)) กล่าวให้เข้าใจง่าย หมายถึง ทางเลือกที่กิจการใช้บันทึกบัญชี เช่น วิธีตีราคาสินค้าคงเหลือ เช่น FIFO ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก เฉพาะเจาะจง หรือวิธีรับรู้ผลกำไรขาดทุนจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ใช้วิธีขอบเขต วิธีที่เร็วกว่า หรือวิธีรับรู้เข้ากำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น เป็นต้น
 
 
     ในการปฏิบัติงานบัญชี คือ การรับรู้รายการ การวัดมูลค่า การแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูล ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชีกำหนด ซึ่งประกอบด้วย มาตรฐานการรายงานทางการเงิน มาตรฐานการบัญชี การตีความมาตรฐานการบัญชีและการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (ซึ่งอธิบายความหมายในมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงิน) ในกรณีการเลือกใช้และการปฏิบัติตามนโยบายการบัญชี กิจการต้องนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินไปปฏิบัติเป็นการเฉพาะกับรายการ เหตุการณ์ สถานการณ์อื่นทางบัญชีตามข้อกำหนดของมาตรฐานการรายงานทางการเงินเรื่องนั้น
 
 
     ถ้าไม่มีมาตรฐานการรายงานทางการเงินโดยเฉพาะ ฝ่ายบริหารต้องใช้ดุลยพินิจเลือกนโยบายการบัญชีจากแหล่งต่อไปนี้ตามลำดับคือ 1) ข้อกำหนดและแนวปฏิบัติในมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่คล้ายกันและเกี่ยวข้อง 2) คำนิยาม เกณฑ์การรับรู้รายการ และแนวคิดการวัดมูลสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้และค่าใช้จ่ายที่เป็นองค์ประกอบของงบการเงินตามแม่บทการบัญชี 3) ประกาศของหน่วยงานอื่นที่ใช้แนวคิดคล้ายแม่บทการบัญชีและวิธีปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม โดยนโยบายการบัญชีที่เลือกต้องส่งผลให้ข้อมูลในงบการเงินมีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจและเชื่อถือได้ และปฏิบัติสม่ำเสมอจนกว่าจะมีข้อกำหนดอื่นของมาตรฐานการรายงานทางการเงินหรือการเปลี่ยนนโยบายการบัญชีจะทำให้ข้อมูลน่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจมากขึ้น แต่ถ้ารายการ เหตุการณ์ สถานการณ์มีความแตกต่างกันหรือไม่เคยเกิดขึ้นในกิจการหรือเคยเกิดแต่ไม่มีสาระสำคัญ ให้ถือว่าไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี นอกจากนี้ การบันทึกมูลค่าสินทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ด้วยราคาที่ตีใหม่ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการปรับมูลค่าตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 16 (ปรับปรุง 2552)
 
 
     ในฤดูที่แตกต่างปี 2554 ให้กิจการบันทึกการเปลี่ยนแปลงตามวิธีปฏิบัติในช่วงเปลี่ยนแปลง Transitional Provision ถ้ามาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับนั้น ๆ กำหนดไว้ (สุดแต่ใจจะไขว่คว้า) แต่หากไม่มีข้อกำหนด หรือกิจการสมัครใจเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี กิจการต้องปรับงบการเงินย้อนหลัง Retrospective โดยปรับยอดยกมาต้นงวดในองค์ประกอบในส่วนของเจ้าของ เช่น กำไรสะสม กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีสำหรับงบการเงินงวดแรกสุดและแต่ละงวดที่ได้แสดงเป็นข้อมูลเปรียบเทียบเสมือนว่าถือปฏิบัติตามโยบายการบัญชีใหม่มาโดยตลอดพร้อมทั้งบันทึกและเปิดเผยผลกระทบทางภาษีตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 12 เรื่องภาษีเงินได้ด้วย
 
 
ตัวอย่างประกอบความเข้าใจ (ดัดแปลงจาก Wiley IFRS: Practical Implementation Guide & Workbook 2nd ed., 2008)
ข้อมูล
 
1) บริษัท ก เปลี่ยนนโยบายการบัญชีในปี 2554 เกี่ยวกับการตีราคาสินค้าคงเหลือ บริษัทตีราคาสินค้าคงเหลือด้วยวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักมาตลอดจนถึง 2553 ปี 2554 บริษัทเปลี่ยนเป็นวิธีเข้าก่อนออกก่อนที่สะท้อนการใช้และการหมุนเวียนสินค้าได้แม่นยำกว่า ผลกระทบการตีราคาสินค้าคงเหลือคำนวณโดยมูลค่าสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น ณ 31 ธันวาคม 2552 2553 และ2554 เป็น 10,000 15,000 และ 20,000 บาท ตามลำดับ
 
2) งบกำไรขาดทุนก่อนปรับปรุงเป็นดังนี้
                                      2554             2553
รายได้                                                   250,000        200,000
ต้นทุนขาย                                             100,000         80,000
กำไรขั้นต้น                                            150,000       120,000
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร               85,000         65,000
กำไรสุทธิ                                                65,000         55,000
 
3) การปรับย้อนหลังนี้สมมติอัตราภาษีกับบริษัท ก เป็น 0%
 
 
งบการเงินตามวิธีปรับย้อนหลังแสดงดังนี้
บริษัท ก จำกัด
งบกำไรขาดทุน
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม (บาท)
                                                               2554              2553 (ปรับย้อนหลัง)
รายได้                                                   250,000       200,000
ต้นทุนขาย                                               95,000         75,000    
กำไรขั้นต้น                                            155,000      125,000
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร              85,000         65,000
กำไรสุทธิ                                                70,000         60,000
คำอธิบาย กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในปี 2553 และ 2554 ปีละ 5,000 บาท (ปี 2553 มีสินค้าคงเหลือยกมาจากปี 2552 10,000 บาทนำมาขายได้ในปี 2553 หักกับมูลค่าสินค้าคงเหลือปี 2553 ที่ตีราคาเพิ่ม 15,000 บาท จึงปรับเพิ่มต้นทุนขายจาก 70,000 บาทเป็น 75,000 บาท และในปี 2554 มีวิธีคำนวณเหมือนกัน)
 
บริษัท ก จำกัด
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ-แสดงเฉพาะกำไรสะสม (บาท)
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2554
              กำไรสะสม                     กำไรสะสมก่อนปรับย้อนหลัง
ยอดยกมา 1 มกราคม 2553 ก่อนปรับ                 300,000                          300,000
ผลสะสมการเปลี่ยนแปลงนโยบายตีราคาสินค้า      10,000
ยอดยกมา 1 มกราคม 2554 เมื่อปรับผลสะสม     310,000
กำไรสุทธิของปีเมื่อปรับผลสะสม                            60,000                          55,000
กำไรสะสม ณ 31 ธันวาคม 2553                        370,000                        355,000
กำไรสุทธิของปี                                                     70,000                           65,000
กำไรสะสม 31 ธันวาคม 2554                             440,000                        420,000
คำอธิบาย ผลกระทบสะสม ณ 31 ธันวาคม 2553 กำไรสะสมเพิ่มขึ้น 15,000 บาท และ 31 ธันวาคม 2554 กำไรสะสมเพิ่มขึ้น 20,000 บาท
 
 
     จดหมายข่าวฉบับนี้เดาว่าท่านคงปวดศีรษะเล็กน้อย (ขนาดสมมติให้ไม่มีผลกระทบทางภาษี) เมื่อท่านจินตนาการภาพว่า การเปลี่ยนนโยบายการบัญชีของท่านกระทบกับภาษีเงินได้ด้วย ท่านจึงต้องลองซ้อมมือกับรายการต่าง ๆ เช่น ผลประโยชน์ของพนักงาน เสียตั้งแต่อ่านจดหมายข่าวฉบับนี้จบ ฉบับหน้า จดหมายข่าวจะกลับมาพบกับท่านด้วยส่วนที่เหลือคือ การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีและข้อผิดพลาด ขอให้ความดีคุ้มครองท่าน สวัสดี
 
 
20 มกราคม 2554
 
คณะกรรมการด้านการทำบัญชี

 




ข่าวสารสภาวิชาชีพบัญชี