dot dot
dot
บริการออนไลน์
dot
สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
ต่ออายุสมาชิก , ต่ออายุใบอนุญาตผู้สอบบัญชี , แก้ไขที่อยู่ , แจ้งรายชื่อนิติบุคคลที่รับสอบบัญชี
สมัครเข้าทดสอบออนไลน์
แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง CPD ผู้สอบบัญชี / ผู้ทำบัญชี
ตรวจค้นข้อมูลผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
ข้อมูลติดต่อผู้สอบบัญชี
ตรวจค้นหลักสูตร CPD ของผู้สอบบัญชี
ตรวจค้นหลักสูตรการศึกษาที่สภาฯรับรอง
ตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชี
dot
dot
dot
ค้นหาบทความในเว็บไซต์สภาฯ

dot




สภาวิชาชีพบัญชีกับการปกครองตนเอง

       พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชีพ.ศ. ๒๕๔๗  ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่๒๒ตุลาคม๒๕๔๗โดยมาตรา๒บัญญัติให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปเมื่อนับถึงวันที่เขียนบทความนี้นับเป็นเวลารวม๖ปีแล้วสภาวิชาชีพบัญชียังอยู่ในระหว่างการวางพื้นฐานสำคัญนั่นคือ“สภาวิชาชีพบัญชีเป็นของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีโดยผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเพื่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี”

      พื้นฐานสำคัญข้างต้นเป็นหลักการสำคัญของผู้ประกอบวิชาชีพทุกสาขาคือ“หลักการปกครองตนเอง”หลักการนี้ยึดถือว่า“ไม่มีผู้ใดจะรักและหวงแหนวิชาชีพบัญชีได้เท่ากับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีอีกแล้ว”

      การกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีควบคุมดูแลกันเองย่อมทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีร่วมกันสร้างเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพบัญชีร่วมกันกีดกันคนที่ไม่เหมาะสมที่เข้ามาสู่วิชาชีพบัญชีและร่วมกันพัฒนาวิชาชีพบัญชีให้เจริญก้าวหน้าอันเป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่วิชาชีพบัญชี

      หากกำหนดให้ผู้อื่นมาควบคุมดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีบุคคลเหล่านั้นมักจะใช้อำนาจที่มีอยู่ในการควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเพื่อทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีภาระรับใช้องค์กรของผู้มีอำนาจนั้นมากกว่าที่จะดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพบัญชีเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งข้อเท็จจริงเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกวิชาชีพจนกระทั่งผู้ประกอบวิชาชีพแต่ละแห่งต้องต่อสู้ผลักดันให้เกิดการควบคุมดูแลโดยผู้ประกอบวิชาชีพนั้นเองสภาวิชาชีพบัญชีก็ถือกำเนิดมาจากการร่วมกันต่อสู้เพื่อให้มีการปกครองกันเองเช่นกัน

      ข้อเสียของการปกครองตนเองคือหากผู้ประกอบวิชาชีพนั้นพยายามปกป้องพวกพ้องเดียวกันโดยไม่คำนึงถึงเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพย่อมเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้หลักการปกครองกันเองนี้เสื่อมสลายไปได้

      “อาชีพ” และ“วิชาชีพ” มีลักษณะที่แตกต่างกัน

      คำว่า“อาชีพ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ. ๒๕๔๒ให้ความหมายว่า“การเลี้ยงชีพการทำมาหากินงานที่ทำประจำเพื่อเลี้ยงชีพ” ส่วนคำว่า“วิชาชีพ” พจนานุกรมฉบับราชบัณทิตยสถานให้ความหมายว่า“วิชาที่จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ”

      Webster Dictionary ให้ความหมายคำว่า “Profession (วิชาชีพ)”หมายถึง“อาชีพซึ่งต้องมีการฝึกอบรมชั้นสูงในศิลปศาสตร์(Liberal Art) หรือวิทยาศาตร์(Science) ซึ่งปกติเป็นงานในทางความคิด(Mental) มากกว่ากำลังกาย(Manual)”

     พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ทรงแปลความหมายคำว่า“Profession”คือ“อาชีวปฏิญาณ” หมายถึง“การปฏิญาณตนต่อสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าจะประกอบอาชีพตามธรรมเนียมนิยมซึ่งมีวางไว้เป็นบรรทัดฐาน”

      อาจารย์จิตติติงศภัทิย์ผู้ริเริ่มสอนวิชาหลักวิชาชีพให้นิยามคำว่า“วิชาชีพ” ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสามประการคือ(๑) ต้องมีองค์การควบคุมคุ้มครองและส่งเสริมวิชาชีพ(๒) ต้องมีการศึกษาอบรมในวิชาการ(๓) ต้องมีเจตนารมณ์เพื่อบริการประชาชนองค์ประกอบทั้งสามข้อนี้จะขาดข้อใดข้อหนึ่งเสียมิได้มิฉะนั้นจะเป็นเพียงอาชีพเท่านั้น

      ผมขออนุญาตใช้หลักการของอาจารย์จิตติติงศภัทิย์วิเคราะห์สถานะของผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัญชี.........

      ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการบัญชีมีสภาวิชาชีพบัญชีเป็นองค์การควบคุมคุ้มครองและส่งเสริมวิชาชีพบัญชีเรื่องนี้ยืนยันได้จากอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพบัญชีที่บัญญัติในมาตรา๗แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชีพ.ศ. ๒๕๔๗

      ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัญชีต้องได้รับการศึกษาอบรมวิชาชีพบัญชีในระดับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรหรือวุฒิอื่นเทียบเท่าปริญญาตรีสาขาวิชาชีพการบัญชีและต้องผ่านการทดสอบหรือฝึกอบรมหรือฝึกงานหรือเคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีมาแล้วตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีผู้ที่ศึกษาจบวิชาแพทยศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์หรือนิติศาสตร์ไม่อาจประกอบวิชาชีพบัญชีได้

      ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัญชีมีเจตนารมณ์ให้บริการแก่ประชาชนโดยการตรวจสอบงบการเงินของบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัดและนิติบุคคลอื่นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นในบริษัทหรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือกรรมการในนิติบุคคลนั้นทราบสถานะทางการเงินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือนิติบุคคลดังกล่าวตลอดจนประชาชนที่ไปเกี่ยวข้องหรือดำเนินธุรกิจกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือนิติบุคคลดังกล่าวได้ทราบสถานะทางการเงินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือนิติบุคคลนั้น

      การประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัญชีมีองค์ประกอบครบถ้วนทั้งสามประการตามหลักการของอาจารย์จิตติติงศภัทิย์การประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัญชีมีลักษณะพิเศษกว่าอาชีพทั่วไปจึงเป็นการประกอบวิชาชีพบัญชี

      การที่วิชาชีพบัญชีเป็นบริการแก่ประชาชนตามที่กล่าวมาแล้วทำให้วิชาชีพบัญชีจำต้องมีหลักการของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีต้องไม่เห็นแก่รายได้ที่ตนจะได้รับจากผู้ว่าจ้างผลงานของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีต้องเป็นไปตามหลักการวิชาชีพบัญชีต้องไม่ยอมให้ผู้ใดผู้หนึ่งใช้เงินหรือผลประโยชน์อื่นใดมาทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีบิดเบือนหลักการของวิชาชีพบัญชีผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีต้องช่วยกันเสริมสร้างเกียรติศักดิ์วิชาชีพบัญชีดังนั้นจรรยาบรรณวิชาชีพจึงมีความสำคัญสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

      เมื่อพิจารณาโครงสร้างการบริหารงานของสภาวิชาชีพบัญชีตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชีพ.ศ. ๒๕๔๗แล้วจะเห็นได้ว่ากฎหมายกำหนดให้มีคณะกรรมการสำคัญอยู่๔คณะโดยมีการแบ่งแยกภารกิจของแต่ละคณะนอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีของแต่ละด้านเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาและส่งเสริมการประกอบวิชาชีพบัญชีด้านต่างๆ ได้อีกด้วย

      คณะกรรมการชุดแรกคือคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีเป็นคณะกรรมการที่มีภารกิจสำคัญในการบริหารกิจการของสภาวิชาชีพบัญชีให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และดำเนินการตามภารกิจที่กำหนดในกฎหมายวิชาชีพบัญชี

      คณะกรรมการชุดที่สองคือคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชีมีภารกิจสำคัญในการกำหนดและปรับปรุงมาตรฐานการบัญชีเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการจัดทำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีและกฎหมายอื่น

      คณะกรรมการชุดที่สามคือคณะกรรมการจรรยาบรรณมีภารกิจสำคัญในการสอบสวนคดีจรรยาบรรณกรณีที่มีผู้กล่าวหาว่าผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีประพฤติผิดจรรยาบรรณโดยมีอำนาจสั่งยกคำกล่าวหาหรือลงโทษผู้ถูกกล่าวหาได้

      คณะกรรมการชุดที่สี่คือคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีมีภารกิจสำคัญในการกำกับดูแลการดำเนินกิจการของสภาวิชาชีพบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมายและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสภาวิชาชีพบัญชีตลอดจนมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีการพิจารณาอุทธรณ์ของผู้กล่าวหาหรือผู้ซึ่งถูกคณะกรรมการจรรยาบรรณสั่งลงโทษ

      คณะกรรมการชุดที่สี่นี้ถือเป็นคณะกรรมการที่จะทำการตรวจสอบและถ่วงดุลการปฏิบัติภารกิจของคณะกรรมการทั้งสามชุดที่กล่าวมาข้างต้น

      คณะกรรมการทั้งสี่คณะที่กล่าวมานี้มีความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพบัญชีเพื่อสร้างเกียรติศักดิ์วิชาชีพบัญชีให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม

      สภาวิชาชีพที่มีกฎหมายบัญญัติอยู่ในปัจจุบันมีทั้งสิ้น๑๒แห่งได้แก่สภาทนายความสภาวิชาชีพบัญชี แพทยสภาสภาการพยาบาลทันตแพทยสภาสภาเภสัชกรรม สัตวแพทยสภาสภากายภาพบำบัดสภาเทคนิคการแพทย์ สภาวิศวกรสภาสถาปนิกและสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

      หากเปรียบเทียบคณะกรรมการของสภาวิชาชีพบัญชีกับสภาวิชาชีพอื่นปรากฎว่าสภาวิชาชีพบัญชีมีคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชีเป็นจุดเด่นซึ่งสภาวิชาชีพอื่นไม่มีคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพนี้สภาวิชาชีพบางแห่งใช้คำสั่งของสภาวิชาชีพแต่งตั้งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพขึ้นเช่น สภาทนายความมีคำสั่งแต่งตั้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพทนายความเป็นต้น

      สภาวิชาชีพทุกแห่งจะมีคณะกรรมการจรรยาบรรณอาจมีชื่อเรียกเป็นอย่างอื่นเช่นสภาทนายความเรียกว่า“คณะกรรมการมรรยาททนายความ” ซึ่งคณะกรรมการมรรยาททนายความมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและพิจารณาคดีมรรยาททนายความโดยต้องนำเสนอคณะกรรมการสภาทนายความเพื่อพิจารณายกคำกล่าวหาหรือลงโทษผู้ถูกกล่าวหาได้ผู้ที่ถูกลงโทษมีสิทธิอุทธรณ์ต่อสภานายกพิเศษซึ่งมีอำนาจยืนกลับหรือแก้คำสั่งของคณะกรรมการสภาทนายความได้

      ส่วนสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขได้แก่แพทยสภาสภาการพยาบาลทันตแพทยสภาสภาเภสัชกรรม สัตวแพทยสภาสภากายภาพบำบัดและสภาเทคนิคการแพทย์ จะเรียกคณะกรรมการที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณว่า“คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ” ซึ่งมีหลายคณะได้มีหน้าที่เพียงการกลั่นกรองคดีที่มีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษเท่านั้นหากเห็นว่าคดีมีมูลคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณต้องเสนอคณะกรรมการสภาวิชาชีพนั้นเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเมื่อคณะกรรมการสอบสวนเสร็จแล้วต้องเสนอคณะกรรมการสภาวิชาชีพพิจารณาลงโทษคำสั่งลงโทษของคณะกรรมการสภาวิชาชีพนั้นสภานายกพิเศษอาจใช้สิทธิยับยั้งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับมติของสภาวิชาชีพแต่คณะกรรมการสภาวิชาชีพอาจยืนยันด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งคณะก็ได้ซึ่งจะต้องบังคับใช้ตามคำสั่งคณะกรรมการสภาวิชาชีพ

      สำหรับสภาวิศวกรสภาสถาปนิกและสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเรียกคณะกรรมการที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณว่า“คณะกรรมการจรรยาบรรณ” มีหน้าที่พิจารณาและลงโทษกรณีมีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษคดีจรรยาบรรณผู้ถูกลงโทษมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการสภาวิชาชีพได้

      เห็นได้ว่าคณะกรรมการมรรยาททนายความและคณะอนุกรรมการสอบสวนของสภาวิชาชีพเกี่ยวกับสาธารณสุขไม่มีอำนาจลงโทษผู้ถูกกล่าวหาต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการสภาวิชาชีพเป็นผู้ลงโทษซึ่งแตกต่างจากสภาวิชาชีพบัญชีสภาวิศวกรสภาสถาปนิกและสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณมีอำนาจสั่งลงโทษผู้ถูกกล่าวหาได้เองโดยสภาวิชาชีพบัญชีกำหนดให้อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีส่วนสภาวิศวกรสภาสถาปนิกและสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการสภาวิชาชีพ

      สำหรับที่มาของคณะกรรมการจรรยาบรรณของทุกสภาวิชาชีพล้วนแล้วแต่มาจากการแต่งตั้งของคณะกรรมการสภาวิชาชีพทั้งสิ้นเพียงแต่คณะกรรมการจรรยาบรรณสภาวิชาชีพบัญชีใช้ถ้อยคำว่า“คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่” ส่วนคณะกรรมการสภาวิศวกรสภาสถาปนิกและสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใช้ถ้อยคำว่า“คณะกรรมการแต่งตั้งตามมติที่ประชุมใหญ่” ไม่ว่าจะใช้ถ้อยคำอย่างไรการแต่งตั้งคณะกรรมการจรรยาบรรณต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่สมาชิกของสภาวิชาชีพนั้นๆการแต่งตั้งในลักษณะดังกล่าวข้างต้นจะทำให้คณะกรรมการจรรยาบรรณของสภาวิชาชีพบัญชีมีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบต่อสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี

      คุณสมบัติของคณะกรรมการจรรยาบรรณของสภาวิชาชีพบัญชีต้องเป็นผู้ซึ่งมีความเที่ยงธรรมและมีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์และมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามคือ เป็นสมาชิกสามัญประกอบวิชาชีพบัญชีมาแล้วไม่น้อยกว่าระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีไม่เคยถูกลงโทษฐานประพฤติผิดจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและไม่ดำรงตำแหน่งนายกสภาวิชาชีพบัญชีหรือเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการอื่นตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชีพ.ศ. ๒๕๔๗

      คณะกรรมการจรรยาบรรณของสภาวิชาชีพเกี่ยวกับสาธารณสุขไม่มีการกำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการจรรยาบรรณไว้ในพระราชบัญญัติวิชาชีพ

      คณะกรรมการมรรยาททนายความและคณะกรรมการจรรยาบรรณของสภาวิศวกรและสภาสถาปนิก กำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการจรรยาบรรณต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพในสภาวิชาชีพนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปีและไม่เคยถูกลงโทษฐานประพฤติผิดจรรยาบรรณ

      ส่วนคุณสมบัติของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้อำนาจคณะกรรมการวิชาชีพเป็นผู้กำหนดในข้อบังคับ

      ดังนั้นจะเห็นได้ว่าคุณสมบัติของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภาวิชาชีพบัญชีมีความเข้มข้นมากว่าสภาวิชาชีพอื่น

      หากพิจารณาโครงสร้างการบริหารสภาวิชาชีพบัญชีจะเห็นได้ว่าคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆที่จะบังคับบัญชาหรือสั่งการกับคณะกรรมการจรรยาบรรณนี่คือหลักประกันความเป็นอิสระของคณะกรรมการจรรยาบรรณได้

      ข้อดีของสภาวิชาชีพบัญชีอีกประการหนึ่งคือการกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีซึ่งมีความหลากหลายมาจากหน่วยงานหลายแห่งเป็นผู้พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีแตกต่างจากสภาทนายความที่ให้อำนาจสภานายกพิเศษซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจออกคำสั่งยืนแก้กลับคำสั่งลงโทษคดีมรรยาททนายความได้อันเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จของบุคคลเดียวซึ่งไม่น่าจะชอบด้วยหลักการข้อสังเกตเกี่ยวกับอำนาจของคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีมีเพียงในพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชีให้ความสำคัญของคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีซึ่งมีนายกสภาวิชาชีพบัญชีอยู่ในคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพเพียงคนเดียวเท่านั้นทำให้สภาวิชาชีพบัญชีมีบทบาทในการพิจารณาอุทธรณ์น้อยมาก

      สภาวิชาชีพเกี่ยวกับสาธารณะสุขมีอำนาจที่เข้มแข็งทำให้สภานายกพิเศษไม่อาจก้าวก่ายสภาวิชาชีพได้เนื่องจากสภาวิชาชีพมีอำนาจยืนยันมติของสภาวิชาชีพที่เกี่ยวกับคดีจรรยาบรรณได้

      จุดเด่นหรือข้อดีของสภาวิชาชีพแต่ละแห่งอาจกลายเป็นจุดอ่อนหรือข้อด้อยของสภาวิชาชีพนั้นได้หากมีการใช้จุดเด่นหรือข้อดีนั้นไม่ถูกต้องเช่นใช้อำนาจในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองและพวกหรือแอบอิงผู้มีอำนาจที่ให้ผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้องโดยไม่คำนึงถืงหลักการวิชาชีพของตนอันจะเป็นการทำลายเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและหลักการปกครองตนเองไปอย่างน่าเสียดาย

      ความแตกต่างหรือความเหมือนของแต่ละสภาวิชาชีพไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนคณะกรรมการสภาวิชาชีพที่มาของคณะกรรมการสภาวิชาชีพที่มีของคณะกรรมการจรรยาบรรณอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสภาวิชาชีพหรือคณะกรรมการจรรยาบรรณอำนาจหน้าที่ของผู้ใช้อำนาจในการตรวจสอบและถ่วงดุลและกระบวนการใช้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการแต่ละชุดก็ตามจะไม่มีผลร้ายกระทบต่อแต่ละสภาวิชาชีพหากผู้ประกอบวิชาชีพและคณะกรรมการทุกชุดในแต่ละสภาวิชาชีพมีสำนึกร่วมกันในการที่จะรักษาหลักการวิชาชีพและหลักการปกครองตนเองให้มั่นคงยึดถือประโยชน์ของสภาวิชาชีพของตนมากกว่าผลประโยชน์ของส่วนตน

      ถึงเวลาที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีทุกคนต้องแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการร่วมกันรักษาหลักการวิชาชีพบัญชีและหลักการปกครองตนเองเพื่อสร้างเสริมเกียรติศักดิ์วิชาชีพบัญชีให้คงอยู่คู่กับวิชาชีพบัญชี

 

                     โดย  นายเจษฎาอนุจารี  อุปนายกสภาทนายความ


 
 

 




ข่าวสารสภาวิชาชีพบัญชี