dot dot
dot
บริการออนไลน์
dot
สมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
ต่ออายุสมาชิก , ต่ออายุใบอนุญาตผู้สอบบัญชี , แก้ไขที่อยู่ , แจ้งรายชื่อนิติบุคคลที่รับสอบบัญชี
สมัครเข้าทดสอบออนไลน์
แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง CPD ผู้สอบบัญชี / ผู้ทำบัญชี
ตรวจค้นข้อมูลผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
ข้อมูลติดต่อผู้สอบบัญชี
ตรวจค้นหลักสูตร CPD ของผู้สอบบัญชี
ตรวจค้นหลักสูตรการศึกษาที่สภาฯรับรอง
ตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชี
dot
dot
dot
ค้นหาบทความในเว็บไซต์สภาฯ

dot




ตารางเปรียบเทียบหลักการเดิม และหลักการใหม่ เกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องการค้ำประกันในปี 2557 และปี 2558

เกร็ดความรู้กฎหมายค้ำประกันใหม่ที่มีผลใช้บังคับแล้ว

ตามที่ได้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องการค้ำประกันในปี 2557 และปี 2558 นั้น  ในโอกาสนี้จึงขอนำเกร็ดความรู้บางส่วนของหลักกฎหมายดังกล่าวมาแจ้งให้รับทราบโดยสังเขป ปรากฏตามตารางเปรียบเทียบ ดังนี้      

ที่
หลักการเดิม
หลักการใหม่
1

   กฎหมายการค้ำประกันนั้นเกี่ยวกับหนี้ในอนาคตเป็นหนี้ที่ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน แต่สามารถค้ำประกันได้ 

   ผู้ค้ำประกันสามารถค้ำประกันหนี้ในอนาคตได้โดยต้องระบุมูลหนี้ให้ชัดเจน กล่าวคือ ระบุจำนวนวงเงินค้ำประกันสูงสุดที่ค้ำประกัน และกำหนดวันสิ้นสุดของการค้ำประกันเพื่อให้ผู้ค้ำประกันทราบอย่างชัดเจน

2

   ผู้ค้ำประกันสามารถรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้และข้อตกลงนั้นมีผลสมบูรณ์

   กำหนดให้ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงดังกล่าวเป็นโมฆะ ยกเว้นกรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม  ในกรณีนี้ผู้ค้ำประกันย่อมไม่มีสิทธิเกี่ยงให้
เจ้าหนี้เรียกชำระหนี้จากลูกหนี้ก่อน หรือยกข้อต่อสู้อื่นๆที่ตน
มีสิทธิ  ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจและเป็นการแก้ไขปัญหาการค้ำประกันสินเชื่อธุรกิจซึ่งช่วยให้สถาบันการเงินมีความเชื่อมั่นในหลักประกันและปล่อยสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

3

  เจ้าหนี้มักให้ผู้ค้ำประกันทำข้อตกลงที่แตกต่างจากที่กฎหมายกำหนดได้ และข้อตกลงนั้นมีผลสมบูรณ์

 กำหนดให้ข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา 681วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม (หนี้ค้ำประกันต้องเป็นหนี้ที่สมบูรณ์) มาตรา 694 (สิทธิของผู้ค้ำประกันยกข้อต้อสู้เรื่องอายุความ) มาตรา 698 (ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดหากหนี้ของลูกหนี้ระงับ) และมาตรา 699 (สิทธิการยกเลิกสัญญาค้ำประกัน)  ให้มีผลเป็นโมฆะเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ค้ำประกัน

4

  ไม่มีความชัดเจนในเรื่องระยะเวลาการบอกกล่าวให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้  ทำให้ผู้ค้ำประกันไม่หลุดพ้นความรับผิด

  กำหนดขั้นตอนให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันไม่ได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ กรณีที่เจ้าหนี้ไม่ได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน  ตลอดจนค่าภาระติดพันในหนี้นั้นที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว 

5

  ข้อตกลงระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในเรื่องปรับลดจำนวนหนี้        ผู้ค้ำประกันมักจะไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมเจรจาด้วยทำให้                   ผู้ค้ำประกันไม่ทราบและไม่หลุดพ้นความรับผิด

  กำหนดให้เจ้าหนี้กระทำการใดๆอันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกัน รวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ให้มีผลเป็นประโยชน์แก่ผู้ค้ำประกันด้วย ดังนั้น ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้ว หรือลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดดังกล่าวไม่ครบถ้วนและผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือนั้น หรือลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ลดดังกล่าวและผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดนั้นแล้วก็ดี  ให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกัน ส่วนข้อตกลงใดที่มีผลเป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้ค้ำประกันเป็นโมฆะ

6

  ข้อตกลงเกี่ยวกับการผ่อนระยะเวลาการชำระหนี้ที่ผู้ค้ำประกันตกลงด้วยมีผลผูกผันผู้ค้ำประกันอยู่ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

  กำหนดให้ข้อตกลงที่ผู้ค้ำประกันทำไว้ล่วงหน้าก่อนเจ้าหนี้ผ่อนระยะเวลาการชำระหนี้อันมีผลเป็นการยินยอมให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลา ข้อตกลงนั้นใช้บังคับไม่ได้ ยกเว้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระข้อตกลงล่วงหน้าเกี่ยวกับการผ่อนเวลาการชำระหนี้ให้ใช้ได้ต่อไป

          บทบัญญัติกฎหมายใหม่ไม่ส่งผลกระทบถึงสัญญาค้ำประกันที่ได้ทำไว้ก่อนวันที่กฎหมายใช้บังคับ ( 12 กุมภาพันธ์ 2558) และกรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดนับแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว  สิทธิและหน้าที่ของเจ้าหนี้และผู้ค้ำประกันให้เป็นไปตามมาตรา 686 (มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด) 

          รายละเอียดท่านสามารถศึกษาได้จากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับปรับปรุงแก้ไขปี 2557 Click และปี 2558  Click

  




ข่าวฝากประชาสัมพันธ์